4 พฤติกรรมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง

“ความเปลี่ยนแปลงนั้นน่ากลัว แต่การไม่ยอมเปลี่ยนแปลงนั้น น่ากลัวกว่า”

เราทุกคนต้องพบเจอกับความเปลี่นแปลงด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าเราจะอยากได้หรือไม่อยากได้ก็ตาม “ความเปลี่ยนแปลง” คือ สิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้ แต่เราสามารถเลือกได้ว่า เราจะตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงนั้นอย่างไร

“ทุกๆ เข็มวินาทีขยับ = ความเปลี่ยนแปลง”

ทำไมเราจึงไม่ชอบความเปลี่ยนแปลง

ชีวิตไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดเสมอไป เมื่อเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้น เมื่อบางสิ่งบางอย่างที่เราคุ้นเคยกับการมีอยู่ของสิ่งๆ นั้นหายไป เปลี่ยนแปลงไป ไม่เหมือนเดิม คนส่วนใหญ่จะมีปฏิกิริยาต่อต้านความเปลี่ยนแปลงนั้น ทำไมนะหรือ?  

ก็เพราะว่า “ความกลัว” ไง คนส่วนใหญ่กลัวความเปลี่ยนแปลง เพราะมันนำมาซึ่ง”ความไม่รู้” นั้นเอง สิ่งใดก็ตามที่มนุษย์เราไม่สามารถคาดเดาได้ เราจะรู้สึกไม่ไม่มั่นคง ไม่ปลอดภัย ซึ่งจริงๆ แล้ว มันคือส่วนหนึ่งของสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของสิ่งมีชีวิต นี่แหละจึงเป็นที่มาของความกลัว

ที่มาของเนื้อหา

ข้อมูลในบทความนี้ ครูจีน่านำมาจากหนังสือ Who Moved My Cheese? (ใครเอาเนยแข็งของฉันไป เขียนโดย นายแพทย์สเปนเซอร์ จอห์นสัน (SPENCER JOHNSON,M.D.) เป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง งานเขียนของเขาติดอันดับของของหนังสือพิมพ์ The New York Times  

ลักษณะงานเขียนของเขาค่อนข้างโดดเด่นไม่เหมือนใคร เขามักเขียนเรื่องที่ซับซ้อน เข้าใจยากให้กลายเป็นเรื่องที่สนุกและเข้าใจง่าย ดั่งเช่นหนังสือชื่อ Who Moved My Cheese?

Who Moved My Cheese? (ใครเอาเนยแข็งของฉันไป)
เป็นเรื่องเล่าเชิงเปรียบเทียบ โดยใช้ตัวละคร 4 ตัว แทนพฤติกรรมของมนุษย์ที่จะแสดงออกมาเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลง
2 ตัวละครแรก คือ หนู (หนูจริงๆ หนูที่เป็นสัตว์ตัวเล็กๆ)  ชื่อ “สนีฟฟ์” และ “สเคอร์รี่”
อีก 2 ตัวละครนั้น เป็นมนุษย์ตัวจิ๋วที่มีขนาดเท่าหนู แต่มีหน้าตา ท่าทาง ความคิด ทัศนคติ ความเชื่อ สติปัญญา  เหมือนมนุษย์ทุกอย่าง ชื่อ “เฮม” และ “ฮอว์”
ในทุกๆ วันทั้ง 4 ชีวิต จะตื่นแต่เช้า สวมชุดกีฬา สวมรองเท้าผ้าใบ วิ่งมุ่งหน้าไปยังเขาวงกต เพื่อตามหาเนยแข็ง

เนยแข็ง

เนยแข็งในที่นี้ หมายถึง ความสุข ความสำเร็จ ความพึงพอใจที่แต่ละคนได้ครอบครอง ซึ่งอาจไม่เหมือนกัน เนยแข็งของบางคนอาจหมายถึงการมีครอบครัวที่อบอุ่น บางคนอาจหมายถึงบ้านหลังใหญ่ บางคนอาจหมายถึงอำนาจ ชื่อเสียง บางคนอาจหมายถึงสุขภาพแข็งแรง ฯลฯ

บางวันพวกเขาทั้ง 4 ก็ได้เจอเนยแข็งบ้าง บางวันก็ไม่ได้เลย บางวันก็หลงทาง บางวันก็เจอเพียงเศษเนยแข็งเก่าๆ แต่พวกเขาก็ยังคงดำเนินชีวิตเพื่อตามหาเนยแข็งเช่นนี้ไปเรื่อยๆ

จนวันหนึ่ง พวกเขาได้ไปเจอสถานีเนยแข็งแห่งหนึ่ง มีเนยแข็งอยู่ในนี้มากมาย มหาศาล ดูด้วยตาเปล่าก็รู้ว่า เนยแข็งที่กองอยู่สถานีเนยแข็ง N แห่งนี้ “กินทั้งชาติ” ก็ไม่หมด ทั้ง 4 ดีใจอย่างยิ่ง ปรี่เข้าไปนั่งกินเนยแข็งตรงหน้าอย่างเอร็ดอร่อย

วันรุ่งขึ้น เจ้าหนูสนีฟฟ์และสเคอร์รี่ ยังคงตื่นแต่เช้า สวมชุดกีฬา สวมรองเท้าผ้าใบ มุ่งหน้าสู่สถานีเนยแข็ง N ที่มีกองเนยแข็งมหึมานั้น  เมื่อไปถึงสนีฟฟ์ก็เดินไปรอบๆ สถานีทำจมูกฟุดฟิดๆ เพื่อสำรวจว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปไหม จากนั้นทั้ง 2 ก็ถอดรองเท้าผ้าใบ เอาปลายเชือกรองเท้าผูกเข้าด้วยกัน แล้วห้อยคอไว้ เป็นการเตรียมพร้อม หากมีอะไรไม่ชอบมาพากล ทั้งสองจะได้หยิบรองเท้าผ้าใบมาสวมใส่แล้วออกวิ่งได้ทันที จากนั้นเจ้าหนูสนีฟฟ์และสเคอร์รี่ก็นั่งกินเนยแข็งกองมหึมาอย่างมีความสุข

ส่วนเฮมและฮอว์ 2 มนุษย์ตัวจิ๋ว เมื่อรู้ว่ามีเนยแข็งกองมหึมาที่กินทั้งชาติก็ไม่หมดรอเขาอยู่ ณ สถานีเนยแข็ง N นั้น ทั้งคู่ก็ตื่นสายๆ สวมชุดกีฬา สวมรองเท้าผ้าใบเดินอ้อยอิ่งไปยังสถานีเนยแข็ง N เมื่อไปถึงทั้ง 2 ก็ถอดชุดกีฬาและรองเท้าผ้าใบนำไปเก็บไว้ในที่ลับตาเพราะไม่คิดจะนำมันมาใช้อีก แล้วสวมรองเท้าแตะแทน แล้วจึงนั่งกินเนยแข็งอย่างเอร็ดอร่อยร่วมกับสนีฟฟ์และสเคอร์รี่ หลังจากกนั้นไม่นานเฮมและฮอร์จึงตัดสินใจย้ายบ้านไปอยู่ใกล้ๆ สถานีเนยแข็ง N เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง

จนกระทั่งวันหนึ่ง เจ้าหนูสนีฟฟ์และสเคอร์รี่เข้ามายังสถานีเนยแข็ง N แต่เช้าตามปกติ แต่พบว่า “ไม่มีเนยแข็งแล้ว”  ภายในสถานีเนยแข็ง N ว่างเปล่าไม่มีแม้เศษเนยแข็ง สนีฟฟ์และสเคอร์รี่ไม่ได้ตกใจอะไร เพราะทั้ง 2 สังเกตุและเห็นความเปลี่ยนแปลงมาตลอดว่า เนยแข็งค่อยๆ ลดลงทุกวัน บ้างก็เสีย ล้างก็ละลาย

ด้วยสัญชาตญาณ สนีฟฟ์และสเคอร์รี่ไม่รอช้า ทั้ง 2 มองหน้ากัน แล้วเอารองเท้าผ้าใบที่ผูกปลายเชือกห้อยคอไว้มาใส่ จากนั้นก็ออกวิ่ง มุ่งหน้าไปยังเขาวงกตเพื่อหาเนยแข็งชิ้นใหม่ต่อไป

ในวันเดียวกัน เฮมและฮอว์มาถึงสถานีเนยแข็ง N ทั้งคู่ถึงกับผละกับภาพตรงหน้า เพราะไม่มีเนยแข็งเลยสักชิ้น “ไม่มีเนยแข็ง” “ใครเอาเนยแข็งของฉันไป” “มันไม่ยุติธรรมเลย ต้องมีใครขโมยเนยแข็งของฉันไปแน่นอน” เฮมเท้าเอว โกรธ กริ้ว แผดเสียงดั่งลั่น ส่วนฮอว์ยืนนิ่งอึ้ง ตกตะลึงกับความว่างเปล่า ทำอะไรไม่ถูก โลกแห่งความสุขของทั้ง 2 พังทลายลงในพริบตา

วันรุ่งขึ้นเฮมและฮอว์รีบมายังสถานีเนยแข็ง N ด้วยความหวังที่ว่าจะได้พบกับเนยแข็งมหึมาเช่นเดิม แต่แล้วก็เจอแต่ความว่างเปล่า “ไม่มีเนยแข็งอีกแล้ว” เฮมไม่ยอมรับความจริง เขาเชื่อว่าต้องมีใครเอาเนยแข็งของเขาไปซ่อนไว้ที่ใดที่หนึ่งแน่นอน

เวลาผ่านไปหลายวัน เฮมและฮอว์ก็ยังคงวนเวียนมาที่สถานีเนยแข็งเช่นเดิม พวกเขาเริ่มเหนื่อย ท้อ หิว แทบจะหมดเรี่ยวแรง แต่ก็ยังคงไม่ยอมรับความเปลี่ยนแปลง ด้วยความหวังที่ว่า สักวันต้องมีคนเอาเนยแข็งของเขามาคืน

“รึว่า มีคนเอาเนยแข็งของพวกเราไปซ่อนไว้ด้านหลังกำแพงนั้น” เฮมบอกฮอว์ซึ่งยังคงช็อกและทำตัวไม่ถูก  ทั้ง 2 จึงกลับบ้านไปหาค้อนมาทุบกำแพงสถานีเนยแข็ง N  ด้วยแรงที่เหลืออันน้อยนิด เพื่อกำแพงทลายลง ภาพตรงหน้าก็คือ ความว่างเปล่า

ฮอว์เริ่มรู้สึกตัวว่า หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป เขาคงอดตายแน่นอน ฮอว์จึงตัดสินใจออกไปหาเนยชิ้นใหม่ดีกว่ารอความตายอยู่ตรงนี้ เขาถามเฮมว่าจะไปกับเขาไหม เฮมที่อยู่ในอาการของคนหมดแรง หมดหวัง หมดสิ้นทุกอย่าง บอกเขาว่า “ไม่ ฉันจะรอเนยแข็งของฉันอยู่ตรงนี้ ไม่มีใครมีสิทธิ์เอาเนยแข็งของฉันไป พวกเขาต้องเอามาคืน”

ฮอว์ไม่รอช้ากลับบ้านไปรื้อหาชุดกีฬาและรองเท้าผ้าใบที่เขาเก็บไว้ในที่ลับตาแล้วสวมใส่มัน จากนั้นฮอว์ก็สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วออกวิ่ง มุ่งหน้าสู่เข้าวงกตเพื่อตามหาเนยแข็งชิ้นใหม่ แม้ใจจะกลัวแสนกลัวก็ตาม

ในช่วงแรกๆ ฮอว์ไม่เจอเนยแข็งเลยสักชิ้น แม้แต่เศษเนยแข็งก็ไม่เห็น เขาท้อใจ เหนื่อยใจมาก จนบางครั้งก็มีความคิดโผล่ขึ้นมาว่า “ฉันกำลังทำถูกหรือผิดอยู่นะ” หรือ “ฉันจะไปต่อหรือกลับรอกับเฮมดีนะ” ความคิดสับสบนี้ทำให้ฮอว์เกือบล้มเลิกที่จะตามหาเนยแข็งต่อไป

เมื่อเวลาผ่านไป ฮอว์ก็เริ่มเจอเนยแข็งเล็กน้อยบ้างระหว่างทาง แต่เขาก็ยังคงมุ่งมั่นตามหาเนยแข็งต่อไป  จนในที่สุดเขาได้ไปพบสถานีเนยแข็ง Z ซึ่งมีเนยแข็งมหึมา มีเนยแข็งมากมาย หลากหลายชนิด กลิ่นหอมฟุ้ง สดใหม่ อย่างที่เฮมไม่เคยเจอมาก่อนเลยในชีวิต บนยอดเนยแข็งนั้นเฮมก็ได้เจอกับเจ้าหนูสนีฟฟ์และสเคอร์รี่โบกมือทักทาย พุงป่องๆ ของทั้ง 2 บ่งบอกให้เฮมรู้ได้ว่า สนีฟฟ์และสเคอร์รี่มาถึงสถานนีเนยแข็ง Z นี้พักใหญ่แล้ว

จากกนั้น เฮมจึงถอดรองเท้าผ้าใบออก นำปลายเชือกรองเท้าทั้ง 2 ข้างมาผูกกัน แล้วห้อยคอไว้ เป็นการเตรียมตัวให้พร้อมหากเกิดเหตุไม่คาดฝันเขาจะได้นำรองเท้าผ้าใบมาสวมใส่ แล้ววิ่งออกไปได้ทันที เพราะประสบการณ์ที่ผ่านมานั้น ทำให้เขารู้ว่าต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับความเปลี่ยนแปลงเสมอ

ขณะที่ฮอว์นั่งกินเนยแข็งอย่างเอร็ดอร่อยกับเจ้าหนูสนีฟฟ์และสเคอร์รี่อยู่นั้น เขาก็อดคิดถึงเฮมไม่ได้ เขาอยากจะกลับไปตามเฮม อยากจะช่วยให้เฮมเลิกจมปลักกับความหวังลมๆ แล้งๆ นั้น

แต่ฮอว์ก็ฉุกคิดได้ว่า ไม่ดีกว่า “เฮมต้องตัดสินใจทำด้วยตัวเอง ไม่มีใครตัดสินใจแทนเขาหรือทำแทนเขาได้” สุดท้ายฮอว์ก็ได้แต่ภาวนะว่าสักวันหนึ่ง เฮมคงจะกล้าเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลง

คุณลักษณะของคน 4 ประเภท

สนีฟฟ์ เปรียบได้กับคนที่ช่างสังเกตุ คนกลุ่มนี้จะคอยสังเกตุความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และปรับตัวให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลงทันที คนกลุ่มนี้ คือ กลุ่มคนที่ประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว

สเคอร์รี่ เปรียบได้กับคนที่เปิดใจยอมรับความเปลี่ยนแปลง และลงมือทำทันที คนกลุ่มนี้ คือ กลุ่มคนที่ประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน

เฮม  นักต่อต้านความเปลี่ยนแปลขั้นสุด  เปรียบได้กับคนที่ไม่ยอมรับความเปลี่ยนแปลงใดๆ ทั้งสิ้น เมื่อเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้น เขาจะรู้สึกว่าเขาเป็นเหยื่อ เป็นผู้ถูกกระทำ เขาจะโทษคนโน้นคนนี้ไปทั่ว ท้ายที่สุดแล้วคนกลุ่มนี้จะอยู่กับความล้มเหลวไปทั้งชีวิต

ฮอว์  เปรียบได้กับคนที่ลังเล อึ้ง งงๆ ทำอะไรไม่ถูกในช่วงแรกๆ เมื่อพบความเปลี่ยนแปลง แต่พวกเขาก็ยินยอมเปิดใจปรับตัว เรียนรู้สิ่งใหม่ได้ทันท่วงที ในที่สุดคนกลุ่มนี้ก็จะประสบความสำเร็จเช่นกัน

ชุดกีฬาและรองเท้าผ้าใบ หมายถึง ทักษะ ความรู้ ความสามารถ ที่เราจำต้องพัฒนาต่อเนื่องเสมอ หากต้องการประสบความสำเร็จ

คำคมสอนใจ “ใครเอาเนยแข็งของฉันไป”

“การรมีเนยแข็งทำให้มีความสุข”

“ยิ่งเห็นเนยแข็งสำคัญมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งยึดติดมากขึ้นเท่านั้น”

“ถ้าไม่เปลี่ยนแปลง ก็อยู่ไม่รอด”

“จะทำอะไร ถ้าไม่กลัว”

“จงดมเนยแข็งอยู่เสมอ จะได้รู้เมื่อมันเริ่มเก่า”

“มุ่งไปในทิศทางใหม่ จะช่วยทำให้หาเนยแข็งใหม่ได้”

“สลัดความกลัวไปได้ ก็เป็นอิสระ”

“จินตนาการว่ามีความสุขกับเนยแข็งใหม่ แม้ยังไม่พบ ก็จะช่วยนำทางเราได้”

“ละทิ้งเนยแข็งเก่าเร็วเท่าใด ก็จะพบเนยแข็งใหม่เร็วเท่านั้น”

“เที่ยวเสาะหาในเขาวงกต ยังดีกว่าทนรออย่างไร้เนยแข็ง”

“ความเชื่อเดิมๆ ไม่ช่วยให้พบเนยแข็งใหม่”

“เปลี่ยนวิถีทาง เมื่อเห็นว่าสามารถหาและมีความสุขกับเนยแข็งใหม่ได้”

“การสังเกตุความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยแต่เนิ่นๆ จะทำให้ปรับตัวเข้ากับความเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ได้”

“ตามหาเนยแข็ง และมีความสุขไปกับมัน”

แชร์